โทร+66 2 826 9971

2/4 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

จันทร์-ศุกร์ 08:00-17:00 น., เสาร์ 08:00-12:00 น.

การฉีดน้ำเชื้ออสุจิเข้าสู่โพรงมดลูก (IUI)

ในคู่สมรสที่มีบุตรยากโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน การฉีดเชื้อผสมเทียมในโพรงมดลูก (Intrauterine Insemination-IUI) หรือเรียกกันสั้นๆว่า “IUI”เป็นวิธีช่วยการเจริญพันธุ์วิธีหนึ่งที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ได้ผลดีในระดับหนึ่ง ปลอดภัย และเสียค่าใช้จ่ายไม่มาก โดยจะทำการใช้ยากระตุ้นรังไข่ เพื่อให้ถุงไข่มีการเติบโตเพิ่มขนาดขึ้น และใช้การตรวจอัลตราซาวด์และการใช้ยา เพื่อกำหนดการตกไข่ และทำการคัดน้ำเชื้อเลือกตัวอสุจิที่แข็งแรงฉีดเข้าสู่โพรงมดลูกในวันไข่ตก เพื่อให้ตัวอสุจิเข้าผสมกับไข่ ให้เกิดการตั้งครรภ์ ต่อไป

ขั้นตอนการรักษา

  1. เมื่อฝ่ายหญิงเริ่มมีประจำเดือน จะได้รับการกระตุ้นรังไข่โดยจะใช้ยารับประทาาน หรือยาฉีด หรือใช้ทั้งยารับประทานและยาฉีดร่วมกัน โดยจะเริ่มใช้ยากระตุ้นตั้งแต่วันที่ 2 หรือ 3 ของรอบเดือนเป็นต้นไป
  2. ประมาณวันที่ 11-13 ของรอบเดือน จะทำการตรวจด้วยเครืองอัลตราซาวด์เพื่อดูว่ารังไข่สร้างถุงไข่ได้มากเท่าไรและมีขนาดเท่าไร เพื่อจะได้ให้ยากระตุ้นการตกไข่ต่อไปได้เพื่อจะได้ให้ยากระตุ้นการตกไข่ต่อไปได้
  3. เมื่อถุงไข่โตถึงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 17-18 มม. แล้ว แพทย์จะให้ยาฉีดเพื่อกระตุ้นการตกไข่
  4. หลังจากฉีดยากระตุ้นการตกไข่ไปประมาณ 1-2 วัน คู่สมรสจะได้รับการนัดให้มาทำฉีดเชื้อผสมเทียม โดยฝ่ายชายจะเก็บน้ำอสุจิเพื่อนำไปคัดเชื้อที่แข็งแรง ใช้เวลาในการเตรียมน้ำเชื้อประมาณ 2-3 ชั่วโมง
  5. ในการฉีดเชื้อผสมเทียม แพทย์จะค่อยๆสอดสายที่บรรจุตัวอสุจิที่ผ่านการคัดเชื้อแล้ว เข้าไปในโพรงมดลูก และแพทย์จึงฉีดตัวอสุจิเข้าไป ส่วนใหญ่ใช้เวลาในการฉีดเชื้อผสมเทียมประมาณ 10 – 20 นาที และไม่จำเป็นต้องใช้ยาสลบหรือยาแก้ปวดใดๆ ความสำเร็จของการรักษาขึ้นกับจำนวนและคุณภาพของไข่และอสุจิ อายุของฝ่ายหญิงและสุขภาพทั่วไป โดยทั่วไปอัตราการตั้งครรภ์ต่อการทำหนึ่งครั้งประมาณ 10-20% ซึ่งตรวจพบว่าฝ่ายชายมีเชื้ออ่อนเล็กน้อย การฉีดเชื้อผสมเทียมจะเป็นวิธีช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้