โทร+66 2 826 9971

2/4 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

จันทร์-ศุกร์ 08:00-17:00 น., เสาร์ 08:00-12:00 น.

คำถามที่พบบ่อย

  • เมื่อไหร่ถึงจะถือว่าเป็นภาวะมีบุตรยาก

    หากคู่สามีภรรยาที่มีเพศสัมพันธ์สม่ำเสมอสัปดาห์ละประมาณ 3 ครั้งนานเกิน 1 ปี โดยไม่คุมกำเนิด แต่ไม่ตั้งครรภ์ ถือว่าเข้าข่ายเป็นผู้มีบุตรยาก

    สาเหตุอาจเป็นเพราะความผิดปกติในฝ่ายชาย และ/หรือฝ่ายหญิง เช่น ฝ่ายหญิงเริ่มมีอายุมาก ท่อนำไข่อุดตัน ไข่ไม่ตก เป็นซิสท์ที่รังไข่ หรือฝ่ายชายเชื้ออสุจิน้อย เป็นต้น ซึ่งเบื้องต้นเราแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ เพื่อตรวจร่างกายหาสาเหตุของภาวะมีบุตรยาก และปรึกษาเพื่อเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม หรืออาจจะเริ่มการตรวจวินิจฉัยภาวะมีบุตรยากหลังจากที่พยายามมีบุตรเองในระยะเวลา 6 เดือน

  • ภาวะมีบุตรยากไม่ค่อยพบ และมักเกิดจากฝ่ายหญิงจริงหรือไม่

    ภาวะมีบุตรยากพบได้บ่อยกว่าที่คนทั่วไปคิด เรามักคิดกันว่าการมีบุตรเป็นเรื่องธรรมชาติ และการเป็นหมันไม่ใช่ภาวะทั่วไปที่พบได้บ่อย แต่ความเป็นจริงแล้วภาวะมีบุตรยาก (หรือที่ทั่วไปเรียกว่าเป็นหมัน) เป็นภาวะที่พบได้บ่อย

    ความสามารถในการตั้งครรภ์ของคู่สมรสขึ้นกับหลายปัจจัยทั้งจากฝ่ายชายและฝ่ายหญิง โดยฝ่ายชายเป็นสาเหตุของภาวะมีบุตรยากถึง 40% ของคู่สมรสที่มีปัญหานี้

  • วิธีการรักษาทำอย่างไร

    วิธีการรักษาภาวะมีบุตรยากมีหลายวิธี เริ่มจากวิธีที่ง่าย เช่น กำหนดวันไข่ตกให้มีเพศสัมพันธ์เอง หรือทำการคัดเชื้ออสุจิ ไปจนถึงวิธีการทำกิฟท์ ทำอิ๊กซี่ ทำเด็กหลอดแก้ว และวิธีบลาสโตซิสท์คัลเจอร์ ซึ่งเป็นการเพาะเลี้ยงตัวอ่อนไว้ภายนอกร่างกายนาน 5 วัน จนตัวอ่อนเติบโตถึงระยะฝังตัว แล้วค่อยใส่ตัวอ่อนกลับคืนสู่โพรงมดลูกให้ตั้งครรภ์

    การจะเลือกใช้วิธีการใดในการรักษานั้นขึ้นอยู่กับปัญหาของผู้ป่วย เช่น ถ้าท่อนำไข่อุดตัน ก็ไม่สามารถรักษาด้วยวิธีฉีดเชื้อหรือกิ๊ฟท์ได้ ต้องทำเด็กหลอดแก้วหรือบลาสโตซิสท์คัลเจอร์

  • โอกาสในการทำ IVF สำเร็จมีสูงแค่ไหน

    โอกาสความสำเร็จของผู้ป่วยแต่ละรายแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น อายุของฝ่ายหญิง สาเหตุของภาวะมีบุตรยาก และวิธีการรักษา เช่น ถ้าฝ่ายหญิงอายุมากแล้ว การกระตุ้นไข่ก็จะยากกว่าผู้หญิงอายุน้อย หรือถ้าเชื้ออสุจิน้อยมากแล้วทำการช่วยปฏิสนธิด้วยวิธีอิ๊กซี่ โอกาสสำเร็จก็จะสูงขึ้น เป็นต้น

  • เด็กที่เกิดจากการรักษามีโอกาสผิดปกติสูงกว่าวิธีธรรมชาติไหม

    โอกาสความสำเร็จของผู้ป่วยแต่ละรายแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น อายุของฝ่ายหญิง สาเหตุของภาวะมีบุตรยาก และวิธีการรักษา เช่น ถ้าฝ่ายหญิงอายุมากแล้ว การกระตุ้นไข่ก็จะยากกว่าผู้หญิงอายุน้อย หรือถ้าเชื้ออสุจิน้อยมากแล้วทำการช่วยปฏิสนธิด้วยวิธีอิ๊กซี่ โอกาสสำเร็จก็จะสูงขึ้น เป็นต้น

  • ถ้าหากผู้หญิงอายุมากแล้วยังไม่แต่งงาน เราสามารถเก็บแช่แข็งเซลล์ไข่ไว้ได้หรือไม่

    ปัจจุบันเราสามารถเก็บแช่แข็งได้ทั้งเซลล์ไข่ อสุจิ และตัวอ่อน และสามารถเก็บรักษาไว้ได้นานเป็นสิบปี การแช่แข็งไข่สามารถทำได้โดยการกระตุ้นรังไข่ให้มีเซลล์ไข่เกิดขึ้นจำนวนมาก แล้วทำการเจาะเก็บไข่ออกมาเพื่อทำการแช่แข็งไข่เอาไว้ เมื่อต้องการมีบุตรก็สามารถละลายไข่ออกมาปฏิสนธิกับอสุจิ และเพาะเลี้ยงเป็นตัวอ่อน แล้วใส่ตัวอ่อนกลับคืนสู่โพรงมดลูก ก็จะสามารถตั้งครรภ์ได้ เช่นเดียวกันกับคนไข้ที่รักษาภาวะมีบุตรยากแล้วมีตัวอ่อนหลายตัว บางครั้งใส่กลับคืนเพียง 1-2 ตัวอ่อนเท่านั้น ตัวอ่อนที่เหลือสามารถแช่แข็งเก็บไว้ได้ หากตั้งครรภ์และคลอดบุตรไปแล้ว อีก 2-3 ปีต่อมาก็สามารถละลายตัวอ่อนออกมาใส่กลับคืนให้ตั้งครรภ์ได้อีก

  • ผู้หญิงที่มีประจำเดือนไม่ปกติสามารถคำนวณวันตกไข่ได้อย่างไร

    สำหรับผู้หญิงที่มีรอบเดือนไม่สม่ำสมอ แนะนำให้มาพบแพทย์เพื่อตรวจฮอร์โมนและทำอัลตร้าซาวน์ดูรังไข่ จะช่วยให้คาดคะเนการตกไข่ได้แม่นยำมากขึ้น

  • จะเริ่มนับวันใดว่าเป็นประจำเดือนวันแรก

    วันที่มีประจำเดือนออกเป็นเลือดสีแดง

  • มีวิธีนับวันไข่ตกอย่างไร

    การนับวันไข่ตกเหมาะกับคนที่ประจำเดือนมาปกติ โดยปกติไข่จะตกก่อนมีประจำเดือนรอบถัดไปประมาณ 14 วัน

  • ภาวะ PCOS คืออะไร เป็นสาเหตุที่ทำให้มีบุตรยากหรือไม่

    Polycystic ovary syndrome (PCOS) เป็นภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ เป็นความผิดปกติของระบบต่อมไร้ท่อที่พบบ่อยทางนรีเวช พบภาวะนี้ในสตรีวัยเจริญพันธุ์ร้อยละ 5-10 ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการมีบุตรยาก กลุ่มอาการที่มักพบในผู้มีภาวะนี้ ได้แก่ อาการประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ หรือตรวจพบถุงน้ำขนาดเล็กจำนวนมากที่รังไข่ (Polycystic ovary) หรือภาวะฮอร์โมนเพศชายเกิน สตรีที่มีภาวะ PCOS ส่วนใหญ่จะไม่มีการตกไข่ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้มีบุตรยาก การรักษาจะมุ่งเน้นไปที่การทำให้เกิดการตกไข่

  • ท่อนำไข่อุดตัน 2 ข้างยังสามารถมีบุตรได้หรือไม่

    ได้ โดยการรักษาด้วยวิธีเด็กหลอดแก้ว (IVF)

  • การอุ้มบุญสามารถทำได้ถูกต้องตามกฏหมายหรือไม่

    การอุ้มบุญสามารถทำได้ หากมีข้อบ่งชี้ว่าฝ่ายหญิงไม่สามารถตั้งครรภ์ได้เอง เช่น ถูกตัดมดลูกไปแล้ว หรือมดลูกมีความผิดปกติ แต่การที่จะหาคนมาอุ้มบุญนั้นต้องไม่เป็นการว่าจ้าง หรือให้ค่าตอบแทน ต้องเป็นญาติพี่น้องที่เต็มใจช่วยเหลือกันเท่านั้น และตามกฏหมายปัจจุบันเด็กที่เกิดมาจะเป็นบุตรของหญิงที่อุ้มท้อง แม่ตามพันธุกรรมต้องทำการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมหลังจากทารกคลอดออกมาแล้ว จนกว่ากฎหมายอุ้มบุญจะมีผลบังคับใช้

  • มีความเสี่ยงอะไรบ้างจากการรักษาภาวะมีบุตรยาก

    ความเสี่ยงที่พบได้บ่อยคือการเกิดทารกแฝด เพราะมารดาจะมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆระหว่างตั้งครรภ์ได้สูงขึ้น และการตั้งครรภ์แฝดยังเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดอีกด้วย หากเป็นแฝดมากกว่าสองยิ่งมีความเสี่ยงสูงขึ้นอีก ดังนั้น ปัจจุบันจึงพยายามจำกัดจำนวนตัวอ่อนที่จะใส่กลับคราวละ 1-2 ก็เพียงพอ เพราะตัวอ่อนที่เหลือยังสามารถแช่แข็งเก็บเอาไว้ใช้ได้อีก ปัจจุบันการตั้งครรภ์แฝดคราวละมากๆ จึงลดลง

  • สามีเป็นหมันต้องทำอย่างไร และ อาหารประเภทไหนที่จะบำรุงเชื้อฝ่ายชาย

    สามีที่เป็นหมันคือฝ่ายชายที่ไม่สามารถนำเอาเชื้ออสุจิออกมาได้ หรือไม่มีเชื้อเอาน้ำอสุจิออกมา ซึ่งจริงๆ แล้วการตรวจเชื้อฝ่ายชายจะทราบว่ามีหรือไม่มีเชื้อ หรือว่ามีเชื้อแล้วผ่านเกณฑ์หรือไม่ ถ้าไม่ผ่านเกณฑ์ก็จะเรียกว่าเชื้ออ่อน คนที่เชื้ออ่อนก็อาจมีวิธีรักษาโดยการคัดเชื้อ การฉีดเชื้อ หรือการทำผสมเทียม หรือถ้าอ่อนมากอาจต้องทำ ICSI สำหรับอาหารที่บำรุงเชื้อฝ่ายชายไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ งดดื่มเหล้าสูบบุหรี่ หรืองดชากาแฟ ก็จะมีส่วนช่วยได้ รวมทั้งการได้ทานยาบางตัวจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก็อาจช่วยให้เชื้อแข็งแรงขึ้นได้

  • เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่หรือช็อคโกแลตซีสท์คืออะไร ทำให้มีบุตรยากหรือไม่

    ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ คือ การที่เยื่อบุโพรงมดลูกไปเจริญเติบโตนอกโพรงมดลูกในช่องท้อง อาจสะสมตามรังไข่และปีกมดลูก ถ้าเป็นมากอาจทำให้เกิดเป็นช็อคโกแลตซีสท์ได้ ความสำคัญก็คือการมีภาวะนี้จะทำให้โอกาสในการมีบุตรยากเพิ่มขึ้น เพราะภาวะนี้อาจทำให้มีพังผืดเพิ่มขึ้นที่ปีกมดลูก หรือสารบางตัวจากภาวะนี้ไปทำลายไข่ หรือขัดขวางการฝังตัวของตัวอ่อนได้ ผู้ที่มีภาวะนี้ถ้าเป็นมากก็ควรทำการรักษาก่อนที่จะทำการรักษาให้มีบุตร อาจใช้ยาหรือการผ่าตัดแล้วแต่กรณี บางคนผ่าตัดไปแล้วก็สามารถมีลูกได้เอง โดยไม่ต้องใช้เทคโนโลยีช่วยการมีบุตรเพิ่มเติม

  • มีอัตราความสำเร็จมากน้อยเพียงใด

    สำหรับความสำเร็จในการทำเด็กหลอดแก้วจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยด้วยกัน เช่น

    • ความสมบูรณ์แข็งแรงของเชื้ออสุจิผู้ชายและไข่ของผู้หญิง หากพบว่าเชื้ออสุจิหรือไข่อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทั้งคู่ไม่แข็งแรง ก็จะทำให้อัตราความสำเร็จมีน้อยลง
    • ห้องปฏิบัติการ ความพร้อมของอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ ที่ใช้ต้องมีมาตรฐาน

    ความชำนาญของผู้ที่ทำการเลี้ยงตัวอ่อน เพราะการเลี้ยงตัวอ่อนจะมีขั้นตอนที่ต้องทำความเข้าใจและทำอย่างระมัดระวัง เพื่อให้เกิดความผิดพลาดน้อยที่สุด หากขาดความชำนาญก็จะมีโอกาสไม่สำเร็จได้

  • การรอดชีวิตของตัวอ่อนที่ใส่กลับเข้าไปในร่างกาย

    เมื่อใส่ตัวอ่อนกลับเข้าไปในร่างกายไม่ได้หมายความว่าตัวอ่อนจะรอดทุกตัวเสมอไป โดยอัตราการรอดชีวิตส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณร้อยละ 20 เท่านั้น จะรู้ได้อย่างไรว่าตัวอ่อนรอดชีวิต ก็ดูได้จากการฝังตัวในมดลูกของตัวอ่อนนั่นเอง อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าตัวอ่อนจะทำการฝังตัวเรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยังมีโอกาสที่ส่วนหนึ่งจะแท้งออกมาได้เหมือนกัน ดังนั้น โอกาสในการรอดชีวิตของตัวอ่อนจึงมีน้อยมาก ยิ่งในคนที่มีอายุมากด้วยแล้ว คือ อายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป ก็ยิ่งมีโอกาสสำเร็จต่ำมาก จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมบางคนจึงล้มเหลวในการทำเด็กหลอดแก้ว บางคนได้ลูกแฝด ซึ่งหากล้มเหลวก็จะต้องทำใหม่ โดยเอาตัวอ่อนที่แช่แข็งไว้มาใส่เข้าไปใหม่อีกครั้ง จนกว่าจะสำเร็จ

  • การทำเด็กหลอดแก้วเหมาะกับใคร

    การทำเด็กหลอดแก้วเหมาะกับผู้ที่มีบุตรยาก เนื่องจากสาเหตุดังต่อไปนี้

    • ผู้หญิงที่มีปัญหาท่อนำไข่อุดตัน จึงทำให้ไข่และตัวอสุจิไม่สามารถปฏิสนธิกันได้ รวมถึงผู้ที่ท่อนำไข่ถูกทำลายด้วย
    • กรณีที่มีบุตรยากเพราะฝ่ายชายมีตัวอสุจิที่ไม่แข็งแรงหรือน้อยเกินไป รวมถึงปัญหาอื่นๆ เกี่ยวกับเชื้ออสุจิ ทำให้ไม่สามารถมีลูกตามปกติได้
    • ผู้ที่พยายามมีบุตรมากว่า 3 ปี และไม่สามารถหาสาเหตุได้ว่าเพราะอะไรจึงทำให้มีบุตรยาก
    • ที่เคยแก้ปัญหาการมีบุตรยากด้วยการกระตุ้นการตกไข่และผสมเทียมด้วยการฉีดอสุจิเข้าสู่โพรงมดลูกมาแล้ว แต่ไม่สำเร็จ จึงต้องการลองใช้วิธีทำเด็กหลอดแก้ว
  • การปฏิบัติตน หลังนำตัวอ่อนกลับเข้าสู่ร่างกาย

    หลังจากนำตัวอ่อนกลับเข้าสู่ร่างกายแล้ว เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนและให้การปฏิสนธิเป็นไปอย่างสมบูรณ์ที่สุด หลังจากกลับบ้านแล้ว แพทย์จะให้นอนพักอีกประมาณ 12-24 ชั่วโมง และห้ามทำงานหนักใดๆ ทั้งสิ้น รวมถึงห้ามมีเพศสัมพันธ์ในช่วงนี้ด้วย ที่สำคัญไม่ควรทานยานอกเหนือจากที่แพทย์สั่งเด็ดขาด เพราะยาบางชนิดอาจมีผลทำให้ตัวอ่อนแท้งออกมาได้ นอกจากนี้ควรเน้นการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เป็นหลัก และทำจิตใจให้สบายเพื่อให้ห่างไกลจากความเครียดนั่นเอง

  • BDMS Wellness Clinic มีแพทย์ท่านใดบ้างสำหรับคลินิกรักษาผู้มีบุตรยาก

    นพ.พูลศักดิ์ ไวความดี และ นพ.สรภพ เป็นแพทย์เฉพาะทางประจำอยู่ที่คลินิก ซึ่งคุณสามารถทำนัดเพื่อปรึกษาเบื้องต้นกับแพทย์ทั้งสองท่านได้ตามวันและเวลาที่สะดวก

  • ต้องการทำนัดเพื่อปรึกษาแพทย์

    สามารถแจ้งวัน เวลา ที่สะดวกเพื่อทำการนัดหมายได้ทันที ผ่านทาง เว็บไซต์ | E-Mail: bwc.ivf@bdmswellness.com | 0 2826 9971

  • มีโปรโมชั่นอะไรบ้างสำหรับคลินิกผู้มีบุตรยาก

    สามารถดูโปรโมชั่นของคลินิกรักษาผู้มีบุตรยาก หรือติดตามผ่านช่อทาง Facebook ของ BDMS Wellness Clinic (https://www.facebook.com/BDMSWellnessClinic/) หรือโทรศัพท์สอบถามคลินิกโดยตรงที่ 0 2826 9971 พนักงานของเรายินดีให้บริการ